fbpx

4 วิธีเอาตัวรอดเมื่อกางเต็นท์สภาพอากาศแปรปรวน ลมแรง

ช่วงนี้ฝนฟ้าไม่ค่อยเป็นใจกันสักเท่าไหร่  บางวันแดดเปรี้ยง บางวันมาพายุเข้าซะงั้น  สภาพอากาศคาดเดาไม่ได้จริงๆ  ลองนึกสภาพว่าวันหนึ่งอากาศสดใส กายพร้อม ใจพร้อม  จูงมือแฟนออกไปกางเต็นท์กันมุ้งมิ้ง จู่ๆ พายุฝนกระหน่ำแบบไม่คาดคิด บอกเลยว่าไม่สนุกแน่นอนครับ

บทความนี้เราจะมีวิธีเอาตัวรอดจากการกางเต็นท์ในสภาพอากาศแปรปรวน ลมแรง  แบบนี้ได้ยังไง ให้เอาตัวรอดได้ ไปดูกันเลยครับ

1. หัน
ทิศทางมุมเต็นท์สู้ลม
อันดับแรกให้เราสังเกตทิศทางของกระแสลมว่ามาทางไหน จากนั้นให้ปรับตำแหน่งเต็นท์  หันมุมเต็นท์เข้าสู้ทิศทางลม ในส่วนด้านหน้าต่างเราก็จะเบี่ยงไปทางอื่น เพื่อช่วยลู่ลม ไม่ต้องรับแรงลมแบบเต็มๆ

2. ปรับลดระดับทาร์ป
ทำการปรับลดระดับทาร์ป หรือ ฟลายชีทให้เตี้ยลงมา  ยึดส่วนของชายผ้าให้ยื่นขยายออกไป  จะช่วยกันน้ำฝนที่จะสาดเข้ามายังเต็นท์ได้

3. ยึดสมอบกทุกจุดให้แน่น
ปกติแล้วเวลากางเต็นท์เราจะยึดสมอบกกับเต็นท์แค่ 4 มุม ซึ่งถ้าในสภาพอากาศปกติก็พอได้สบายมาก แต่หากต้องมาเจอกระแสลมแรงแบบนี้  อาจจะเอาไม่อยู่ เพราะฉะนั้น ทำการยึดสมอบกกับมุมเต็นท์และขอบเต็นท์ทุกจุดให้แน่น  เสริมความมั่นคงให้เต็นท์สักหน่อย และถ้าเป็นเต็นท์ขนาดใหญ่ควรใช้สมอบกที่มีความแข็งแรงและยาว 20-30 ซม.ขึ้นไป จะได้ไม่ปลิวไปกับสายลม

4. ปรับระดับเชือกให้ตึง
ข้อสุดท้าย ลองเช็คความตึงเชือกหน่อย หย่อนไปมันจะไม่ดี การที่เต็นท์โดนลมตีเข้าปะทะแรงๆ จนเกิดการยุบเอียงตามแรงลม  หรือการสะบัดของทาร์ปแรงๆ ก็เสี่ยงทำให้ผ้าขาดหรือเสาเต็นท์หักได้นะครับ เพราะฉะนั้น ใช้ตัวปรับระดับเชือก ปรับเชือกให้ตึงอยู่เสมอ

และนี่ก็เป็น 4 วิธีเบื้องต้น สำหรับเอาตัวรอดเมื่อเราต้องไปกางเต็นท์อยู่ในพื้นที่สภาพอากาศแปรปรวน แต่ทางที่ดีก็ควรจะเช็คสภาพอากาศ สภาพพื้นที่ที่จะไปนิดนึง จะได้วางแผนถูก รวมทั้งเช็กอุปกรณ์กันก่อนว่าอยู่ครบหรือเปล่า ซื้ออุปกรณ์พวก สมอบก , เชือก ติดไปสำรองด้วยก็จะดีมาก ไว้ใช้ในยามฉุกเฉินนะครับผม